5 ตุลาคม 2561

พระเจ้าลุกวิกที่ 2 แห่งบาวาเรีย (Ludwig II of Bavaria)

         พระเจ้าลุกวิกที่ 2 แห่งบาวาเรีย (Ludwig II of Bavaria) หรือ ลุดวิก ฟรีดิช วิลเฮลมที่ 2 แห่งบาเยิร์น เป็นพระโอรสองค์แรกของพระเจ้าแม็กซิมิลเลี่ยนที่ 2 แห่งบาวาเรีย กับ เจ้าหญิงมารีแห่งปรัสเซีย พระองค์มีพระชนมายุอยู่ในช่วงปีค.ศ. 1845 – 1886 เป็นที่รู้จักกันอีกพระนามว่า “พระเจ้าหงส์”(Swan King) หรือ”พระเจ้าเทพนิยาย” (der Märchenkönig) ในภาษาเยอรมัน  ด้วยพระองค์สนพระทัยในการสร้างปราสาทเหนือจินตนาการมากมายและหมดเงินไปมหาศาลกับสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ จนขุนนางต่างพากันเล่าลือว่าท่านมีจิตไม่ปกติแต่ก็ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ยืนยันแน่นอน ทั้งการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ก็ยังเป็นปริศนาที่ทุกคนมิอาจหาข้อสรุปได้ แม้บางส่วนจะลงความเห็นว่าพระองค์ฆ่าตัวตาย แต่ปริศนารวมไปถึงอุปนิสัยที่แปลกไปจากคนทั่วไปของพระองค์ก็ชวนให้คิดเกี่ยวกับเงื่อนงำการสิ้นพระชนม์ว่าอาจถูกฆาตกรรม

รูปริชชาร์ท วากเนอร์

        พระเจ้าลุดวิกที่ 2 นั้นทรงครองราชย์ด้วยพระชนมายุเพียง 18 ปี หลังจากที่พระบิดาประชวรเพียงสามวันเท่านั้น ด้วยพระโฉมที่งดงาม ทำให้ชื่อเสียงของพระองค์ดังไกลไปทั่วบาวาเรียและในที่อื่น ๆสิ่งแรกที่พระองค์ทรงทำเมื่อครองราชย์คือการเรียกตัวคีตกวี ริชาร์ด วากเนอร์ ท่านทรงหลงใหลในงานของกวีคนนี้มาก จนสร้างห้องโถงอยู่ชั้นบนสุดของปราสาทนอยชวานชไตน์เพื่อใช้เป็นห้องที่แสดงโอเปร่า ซึ่งวากเนอร์ก็มีผลงานบทละครโอเปร่าที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งในเยอรมนี  ต่อมาวากเนอร์ได้ถูกไล่ออกจากเมืองด้วยเหตุใช้เงินฟุ่มเฟือยมากเกินไป เนื่องจากช่วงนั้นพระเจ้าลุดวิกที่ 2 ท่านทรงอุปถัมภ์วากเนอร์แต่ด้วยนิสัยที่ฟุ้งเฟ้อจึงทำให้เป็นที่ไม่พอใจกับประชาชนทั่วไปเท่าใดนัก

การอุปถัมภ์วากเนอร์ทำให้พระองค์ถูกมองว่าเป็นพวกรักเพศเดียวกัน ซึ่งในสมัยนั้นเป็นเรื่องที่น่าอับอายและยังไม่เปิดกว้างเช่นปัจจุบัน พระเจ้าลุดวิกเติบโตขึ้นมาในภาวะและสิ่งแวดล้อมที่กดดันในสังคมของเจ้านาย ทั้งความห่างเหินของพระองค์กับพระราชบิดา(พระเจ้าแม็กซิมิลเลี่ยนที่ 2) ทำให้สภาพจิตใจและพฤติกรรมของพระองค์ต่างจากเด็กทั่วไป



           หลังจากครองราชย์ได้ได้ประมาณสามปี ท่านก็ทรงหมั้นกับเจ้าหญิง ดัชเชสโซฟี ชาร์ลอตในบาวาเรีย เพราะความกดดันและสถานการณ์ไม่มั่นคง พระองค์ทรงเลื่อนการแต่งงานออกไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็ประกาศถอนหมั้นและไม่ได้เข้าพิธีเสกสมรสตลอดพระชนมายุ บางข้อมูลกล่าวว่า พระเจ้าลุดวิกนั้นทรงประกาศตัวว่าพระองค์ทรงเป็นพวกนิยมเพศเดียวกัน
ทั้งยังนอนกับผู้ชายไม่เลือกหน้า และใช้เงินฟุ่มเฟือยไปกับการสร้างปราสาทมากมาย จนถูกลอบปวงพระชนม์ในที่สุด ประมาณปีค.ศ.1869 พระเจ้าลุดวิกทรงบันทึกบรรยายความรู้สึกที่มีเกี่ยวกับความรู้สึกของพระองค์ที่รักเพศเดียวกัน และยังบรรยายถึงความมั่นคงในศาสนาที่ตนเองนับถืออย่างโรมันคาทอลิก แสดงให้เห็นการต่อสู้กับความรู้สึกของตนเองตลอดจนพระชนมายุของพระองค์ แต่บันทึกของพระองค์สูญหายไปตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จะเหลือก็เพียงส่วนที่เป็นสำเนาไม่กี่ฉบับเท่านั้น

             ช่วงที่บาวาเรียทำสงครามกับปรัสเซียในสงครามเจ็ดปี บาราวาเรียก็พ่ายแพ้และต้องยอมทำสนธิสัญญาในปีค.ศ.1867 เพื่อสงบศึกเป็นข้างเดียวกันกับปรัสเซีย ในการต่อสู้สงครามระหว่างฝรั่งเศส – ปรัสเซีย หลังจากนั้นในปีค.ศ.1870
ลุดวิกถูกบังคับให้เขียนจดหมายสนับสนุนการสถาปนาพระเจ้าวิลเฮล์มที่ 1 แห่งปรัสเซียเป็นจักรพรรดิ หรือไกเซอร์ของจักรวรรดิเยอรมัน เป็นจุดเริ่มต้นของอาณาจักรเยอรมัน และจุดสิ้นสุดของแคว้นชั้นอิสระอย่างบาวาเรีย  แม้ลุดวิกจะได้เงินตอบแทนการสันบสนุนจำนวนหนึ่งแต่ พระองค์ก็ทรงประท้วงโดยการไม่ไปร่วมพิธีสถาปนาจักรพรรดิเยอรมันที่พระราชวังแวร์ซายส์ในกรุงปารีส

           ในปีค.ศ.1886 พระเจ้าลุดวิกที่ 2 ถูกปลดออกจากราชบัลลังก์ เนื่องจากผลการวินิจฉัยของแพทย์ 4 คนนั้นมีผลว่าพระองค์ทรงมีจิตไม่ปกติ ป่วยเป็นโรคหวาดระแวงทางจิต บางข้อมูลกล่าวว่า พระองค์ไม่ได้เป็นโรคจิต แต่ถูกทำให้เป็นเครื่องเมืองทางการเมือง อาการป่วยที่เกิดขึ้นอาจเกิดจากยาคลอโรฟอร์มรักษาอาการปวดพระทนต์ก็เป็นได้ หลังจากถูกปลดพระเจ้าลุดวิกของถูกนำตัวไปปราสาทเบิร์กอย่างลับ ๆ และหลายครั้งที่ทางการพยายามจะจับกุมพระองค์แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ หลังจากนั้นเพียงสองวันลุดวิกก็สิ้นพระชนม์ในทะเลสาบเบิร์กกับด๊อกเตอร์กุดเด็นอย่างเป็นปริศนา

 

กางเขนอนุสรณ์ ณ ที่พบพระศพของพระเจ้าลุดวิจที่ทะเลสาบสตาร์นเบิร์ก

 
 
 
บรรณานุกรม https://www.modernpublishing.co.th

2 ตุลาคม 2561

ปราสาทนอยชวานชไตน์ (Neuschwanstein Castle)

           
       ปราสาทนอยชวานชไตน์(ภาษาเยอรมัน: Schloss Neuschwanstein) ปราสาทนี้สร้างขึ้นโดยพระเจ้าลุดวิกที่ 2’ แห่งรัฐบาวาเรีย (มีพระชนม์ชีพระหว่าง 25 สิงหาคม พ.ศ. 2388 - 13 มิถุนายน พ.ศ. 2429) ในสมัยนั้นเยอรมันยังไม่ได้รวมกันเป็นประเทศอย่างในปัจจุบัน แคว้นเล็กๆต่างปกครองกันเอง มีกษัตริย์ของตัวเอง กษัตริย์ลุดวิกทรงขึ้นครองราชย์ตั้งแต่พระชนมายุเพียง 18 ชันษา เป็นกษัตริย์อารมณ์ศิลป์ สนใจศิลปะ ดนตรี และวรรณกรรม มากกว่าจะสนใจปกครองบ้านเมือง ทรงนิยมสร้างปราสาท หลงไหลในตำนานพื้นบ้านเกี่ยวกับเทพของเยอรมันและพวกไวกิ้ง และชื่นชอบอุปรากรของริชาร์ด วากเนอร์ (Richard Wagner) เป็นชีวิตจิตใจ จนพวกขุนนางทนไม่ไหว ตั้งข้อหาสติวิปลาส แล้วปลดพระองค์ลงจากตำแหน่ง หลังจากนั้นไม่กี่วันก็มีคนพบพระศพจมน้ำตายอย่างปริศนา
      นับตั้งแต่วันที่เริ่มสร้างจนถึงปัจจุบัน ปราสาทแห่งนี้มีอายุราว 140 ปี ผู้ที่ออกแบบปราสาทแห่งนี้ไม่ใช่สถาปนิก แต่กลับเป็นคนออกแบบฉากละคร ชื่อ คริสทีอัน ยังค์ (Christian Jank) ทำให้ปราสาทแห่งนี้เหมือนปราสาทในจินตนาการมากกว่าปราสาทแห่งอื่น ภายนอกสร้างให้ดูเหมือนปราสาทในยุคกลาง แต่ภายในเต็มไปด้วยศิลปะในยุคต่างๆ ไบแซนไทน์ โรมันเนสก์ โกธิก แถมพระองค์ยังมีหัวก้าวหน้าในการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สุดมาใช้ในปราสาทแห่งนี้ ทั้งระบบไฟฟ้า ประปา แถมยังมีโทรศัพท์ในปราสาทอีกด้วย มีระบบทำน้ำร้อนน้ำเย็นพร้อมเสร็จ



"ชื่อของปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein)" มีความหมายดังนี้
neu = new แปลว่าใหม่
schwan = swan แปลว่าหงส์
stein = stone แปลว่าหิน
ฉะนั้นนอยชวานสไตน์ จึงแปลว่า New Swan Stone Castle

หรือปราสาทหินหงส์ใหม่
ห้ามออกเสียงผิดเป็นนอยชไวน์สไตน์ (Neuschweinstein) เพราะ schwein แปลว่าหมู จะกลายเป็น New Pig Stone Castle หรือปราสาทหินหมูใหม่ 

ปราสาทนอยชวานสไตน์เป็นปราสาทที่ยังสร้างไม่เสร็จ เมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ปราสาทนี้ได้ถูกสร้างไปเพียง 1 ใน 3 ของแผนที่วางไว้ แล้วพระเจ้าลุดวิกที่ 2 เองก็เสด็จมาประทับที่ปราสาทแห่งนี้เพียง 170 วันเท่านั้น หลังจากสิ้นพระชนม์เชื้อสายของพระองค์ได้เปิดให้ประชาชนได้ชื่นชมภายในบางส่วน โดยเก็บค่าเข้าชมเพื่อเป็นค่าทะนุบำรุงซ่อมแซมปราสาท




ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก https://www.wonderfulpackage.com/article/v/299/
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B9%84%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B9%8C